Zero Trust Network

Zero Trust Network ปฏิวัติความปลอดภัยเครือข่ายในองค์กร

28 October 2025
Table of contents

ในโลกธุรกิจยุคดิจิทัลที่ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทวีความซับซ้อนและรุนแรงขึ้นทุกวัน แนวทางการ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ แบบดั้งเดิมที่เปรียบเสมือน “ป้อมปราการ” ซึ่งเชื่อใจทุกสิ่งที่อยู่ภายในเครือข่าย ไม่สามารถป้องกันองค์กรของคุณได้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่เจ้าของธุรกิจต้องทำความรู้จักกับ Zero Trust Network สถาปัตยกรรมความปลอดภัยที่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับทุกองค์กรที่ต้องการปกป้องข้อมูลอันมีค่าและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน แนวคิด Zero Trust คือการเปลี่ยนมุมมองด้านความปลอดภัยจาก “เชื่อใจแต่ต้องตรวจสอบ” (Trust but Verify) ไปสู่ “ไม่เชื่อใจและตรวจสอบเสมอ” (Never Trust, Always Verify) โดยมีหลักการพื้นฐานว่า ไม่ว่าผู้ใช้หรืออุปกรณ์จะอยู่ที่ไหน ทั้งภายในหรือภายนอกเครือข่าย จะต้องถูกตรวจสอบตัวตนและสิทธิ์การเข้าถึงทุกครั้งก่อนจะได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลหรือแอปพลิเคชันใดๆ ใน ระบบไอที ขององค์กร

ทำไมแนวคิด “เชื่อใจแต่ต้องตรวจสอบ” ถึงไม่เพียงพออีกต่อไป?

โมเดลความปลอดภัยแบบเก่ามุ่งเน้นการป้องกันที่ขอบเขตของเครือข่าย เช่น การใช้ Firewall เพื่อป้องกันผู้บุกรุกจากภายนอก แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ไม่หวังดีสามารถเจาะผ่านเข้ามาได้ หรือเป็นภัยคุกคามจากคนภายใน (Insider Threat) พวกเขาก็จะสามารถเคลื่อนไหวภายใน it network ได้อย่างอิสระ สร้างความเสียหายได้อย่างมหาศาล การทำงานในยุคปัจจุบันที่พนักงานสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ (Remote/Hybrid Work) ยิ่งทำให้ขอบเขตของเครือข่ายไม่ชัดเจนอีกต่อไป การพึ่งพาการป้องกันแบบเดิมจึงเต็มไปด้วยช่องโหว่ นี่คือเหตุผลที่แนวทางการ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ สมัยใหม่ต้องเปลี่ยนไปใช้ Zero Trust เพื่อสร้างปราการความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและครอบคลุมยิ่งขึ้น

Zero Trust Network คืออะไร?

Zero Trust Network คือกรอบแนวคิดด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ยึดหลักการ “ไม่เชื่อใจใครทั้งสิ้น ตรวจสอบทุกสิ่ง” (Never Trust, Always Verify) ซึ่งแตกต่างจากโมเดลความปลอดภัยแบบดั้งเดิมที่เชื่อว่าผู้ใช้งานหรืออุปกรณ์ที่อยู่ในเครือข่ายภายในองค์กรนั้นปลอดภัย แนวคิด Zero Trust จะถือว่าทุกการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นจากภายในหรือภายนอกเครือข่าย ล้วนมีความเสี่ยงและจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบสิทธิ์และยืนยันตัวตนอย่างละเอียดก่อนที่จะอนุญาตให้เข้าถึงทรัพยากรใดๆ ได้ การดำเนินการนี้จะทำซ้ำๆ สำหรับทุกการเข้าถึง ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวตอนแรกเริ่ม

หลักการสำคัญ 3 ประการของ Zero Trust Network ประกอบด้วย

1. ตรวจสอบอย่างชัดแจ้ง (Verify Explicitly)

ทุกครั้งที่มีการร้องขอเข้าถึงทรัพยากร ระบบจะต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตนเสมอ โดยใช้ปัจจัยต่างๆ ประกอบกัน เช่น ตัวตนผู้ใช้, ตำแหน่งที่อยู่, สถานะความปลอดภัยของอุปกรณ์, ประเภทของบริการที่ร้องขอ และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินความเสี่ยงและตัดสินใจอนุญาตอย่างแม่นยำ 

2. ใช้สิทธิ์การเข้าถึงน้อยที่สุด (Use Least Privileged Access)

 หลักการนี้คือการให้สิทธิ์ผู้ใช้เข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลและแอปพลิเคชันที่ “จำเป็น” ต่อการทำงานของพวกเขาเท่านั้น (Just-in-Time and Just-Enough-Access) เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เกินความจำเป็นกลายเป็นช่องโหว่ หากบัญชีของพวกเขาถูกแฮก ความเสียหายที่เกิดขึ้นจะถูกจำกัดอยู่ในวงแคบที่สุด 

3. สันนิษฐานว่ามีการบุกรุก (Assume Breach)

 ออกแบบ it network โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามีผู้บุกรุกอยู่ในระบบแล้วเสมอ ซึ่งนำไปสู่การแบ่งส่วนเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อยๆ (Micro-segmentation) เพื่อสกัดกั้นการเคลื่อนไหวของภัยคุกคาม, การเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมดทั้งในระหว่างการรับส่งและจัดเก็บ และการเฝ้าระวัง ติดตาม และวิเคราะห์กิจกรรมที่เกิดขึ้นในเครือข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติได้ทันท่วงที

ประโยชน์ของ Zero Trust ต่อธุรกิจของคุณ

การนำสถาปัตยกรรม Zero Trust มาปรับใช้ใน ระบบไอที ขององค์กรไม่ได้เป็นเพียงการลงทุนด้านความปลอดภัย แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า

  • ลดความเสี่ยงจากภัยคุกคาม: ปกป้องข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ ข้อมูลลูกค้า และทรัพย์สินทางปัญญาจากการโจมตีทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • รองรับการทำงานยุคใหม่: ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานจากที่ใดก็ได้ อย่างปลอดภัย เพิ่มความยืดหยุ่นและความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ: ทำให้การกำหนดและควบคุมนโยบายการเข้าถึง ระบบไอที ของผู้ใช้และอุปกรณ์ต่างๆ เป็นเรื่องง่ายและรวมศูนย์
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์: การแสดงให้ลูกค้าและคู่ค้าเห็นว่าองค์กรของคุณให้ความสำคัญกับการ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยข้อมูล จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์

เริ่มต้นใช้ Zero Trust ในองค์กรของคุณ: ไม่ใช่เรื่องไกลตัว

การเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Trust อาจดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่สามารถเริ่มต้นได้เป็นขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องรื้อระบบทั้งหมดในคราวเดียว โดยมีแนวทางเบื้องต้นดังนี้ 

1. ประเมินสถานะปัจจุบัน

วิเคราะห์โครงสร้าง it network และ ระบบไอที ทั้งหมดของคุณ เพื่อทำความเข้าใจว่าข้อมูลสำคัญอยู่ที่ไหน ใครเข้าถึงอะไรได้บ้าง 

2. กำหนดนโยบายและระบุตัวตน

สร้างนโยบายการเข้าถึงที่ชัดเจนและนำระบบยืนยันตัวตนที่แข็งแกร่ง (เช่น Multi-Factor Authentication) มาใช้ 

3. แบ่งส่วนเครือข่าย (Micro-segmentation)

แบ่งเครือข่ายออกเป็นโซนย่อยๆ เพื่อจำกัดการแพร่กระจายของภัยคุกคาม 

4. เฝ้าระวังและปรับปรุง

ใช้เครื่องมือในการตรวจสอบกิจกรรมในเครือข่ายแบบเรียลไทม์ และนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงนโยบายความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ

 

ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ สู่มาตรฐานใหม่ด้วย Zero Trust

ยกระดับการ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ สู่มาตรฐานใหม่ด้วย Zero Trust

โลกยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง การยึดติดกับแนวทางความปลอดภัยแบบเดิมๆ ถือเป็นความเสี่ยงที่ธุรกิจไม่ควรมองข้าม Zero Trust Network คือคำตอบและมาตรฐานใหม่สำหรับการ ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ที่ให้ความปลอดภัยที่เหนือกว่า รองรับการทำงานที่ยืดหยุ่น และสร้างรากฐานที่มั่นคงให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Trust คือการลงทุนที่ชาญฉลาดเพื่อปกป้องสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดขององค์กรคุณในระยะยาว หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยทางไซเบอร์ และต้องการยกระดับการป้องกัน ระบบไอที ของคุณให้พร้อมรับมือกับทุกภัยคุกคาม เฮลโหลไพน์ (Hellopine) เราคือที่ปรึกษาด้านการ วางระบบ IT วางระบบ Wifi ที่ให้บริการ IT Services ครบวงจรสำหรับองค์กรธุรกิจและสำนักงานต่างๆ เราออกแบบและวางโครงสร้างระบบ IT ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะเราพร้อมช่วยคุณวางแผนและนำกลยุทธ์ Zero Trust มาปรับใช้กับองค์กรของคุณได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Zero Trust Network

1. Zero Trust Network ทำให้การเข้าถึงระบบยุ่งยากขึ้นหรือไม่?

ในระยะแรก ผู้ใช้งานอาจต้องคุ้นเคยกับกระบวนการยืนยันตัวตนที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อระบบถูกตั้งค่าอย่างเหมาะสมและผู้ใช้งานคุ้นเคยแล้ว กระบวนการเหล่านี้จะถูกออกแบบให้ราบรื่นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน

2. Zero Trust Network เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็กด้วยหรือไม่?

เหมาะอย่างยิ่ง ภัยคุกคามไซเบอร์ไม่ได้เลือกเป้าหมายตามขนาดธุรกิจ และธุรกิจขนาดเล็กอาจมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากทรัพยากรด้านความปลอดภัยที่จำกัด การนำหลักการ Zero Trust มาปรับใช้ (แม้จะไม่ได้เต็มรูปแบบ) ก็สามารถช่วยเสริมความปลอดภัยได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. การเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Trust Network ใช้เวลานานแค่ไหน?

การเปลี่ยนผ่านสู่ Zero Trust เป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง ไม่ใช่โครงการที่จบในครั้งเดียว องค์กรควรเริ่มต้นจากการประเมินและวางแผนเป็นระยะๆ โดยเน้นที่ส่วนที่สำคัญและมีความเสี่ยงสูงก่อน จากนั้นจึงค่อยๆ ขยายขอบเขตออกไป

สนใจบริการ วางระบบ IT ติดตั้งระบบ Network วางระบบ Wifi สำหรับองค์กร ติดต่อ Hellopine เพื่อรับคำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-100-5073 หรือ Add Line Hello Support ผู้เชี่ยวชาญจากเฮลโหลไพน์ ยินดีให้บริการ